Back to blog

OpenAI เปิดตัว GPT-5.6 อย่างเป็นทางการ มี Sol, Terra และ Luna ต่างกันอย่างไร?

July 11, 2026 · Boriwat Chanruang

OpenAI ประกาศเปิดตัว GPT-5.6 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2026 หลังจากเปิดให้พันธมิตรบางส่วนทดลองใช้งานแบบจำกัดตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2026 โดยโมเดลรุ่นใหม่นี้ไม่ได้มีเพียงรุ่นเดียว แต่แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ GPT-5.6 Sol, GPT-5.6 Terra และ GPT-5.6 Luna

จุดเด่นสำคัญของ GPT-5.6 คือการเพิ่มประสิทธิภาพต่อจำนวน Token ทำงานซับซ้อนได้ดีขึ้น ใช้เครื่องมือหลายตัวพร้อมกันได้ และสร้างผลงานที่พร้อมนำไปใช้จริงมากกว่าเดิม ทั้งงานเขียนโค้ด งานวิจัย เอกสาร สเปรดชีต งานออกแบบ วิทยาศาสตร์ และความปลอดภัยทางไซเบอร์

อย่างไรก็ตาม GPT-5.6 ไม่ได้เข้ามาแทน GPT-5.5 Instant ทั้งหมด ผู้ใช้งานทั่วไปใน ChatGPT ยังใช้ GPT-5.5 Instant เป็นโมเดลเริ่มต้นสำหรับคำถามประจำวัน ส่วน GPT-5.6 Sol จะทำงานเมื่อเลือกการให้เหตุผลระดับ Medium ขึ้นไปในแพ็กเกจที่รองรับ

สารบัญ

GPT-5.6 คืออะไร?

GPT-5.6 คือโมเดล AI รุ่นใหม่ของ OpenAI ที่พัฒนาต่อจาก GPT-5.5 โดยเน้นการทำงานที่ซับซ้อนและใช้เวลาหลายขั้นตอน เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง การเขียนและแก้ไขโค้ดในโปรเจกต์จริง การควบคุมเครื่องมือ การค้นคว้าวิจัย และการสร้างไฟล์งานที่พร้อมใช้งาน

OpenAI ระบุว่า GPT-5.6 ได้รับการฝึกให้สร้างผลลัพธ์ที่มีประโยชน์มากขึ้นจาก Token จำนวนเท่าเดิม จึงไม่ได้พัฒนาเฉพาะเรื่องคะแนนความฉลาดของโมเดล แต่ให้ความสำคัญกับเวลา ต้นทุน และคุณภาพของงานที่ผู้ใช้ได้รับด้วย

โมเดลรุ่นนี้เปิดให้ใช้งานผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ ChatGPT, Codex และ OpenAI API โดย OpenAI เริ่มทยอยเปิดให้ผู้ใช้ทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2026

GPT-5.6 Sol, Terra และ Luna ต่างกันอย่างไร?

การแบ่งโมเดลออกเป็น 3 ระดับช่วยให้ผู้ใช้เลือกสมดุลระหว่างความสามารถ ความเร็ว และค่าใช้จ่ายได้เหมาะกับงานมากขึ้น

GPT-5.6 Sol โมเดลเรือธง ความสามารถสูงสุดของตระกูล GPT-5.6 งานซับซ้อน การเขียนโค้ด งานวิจัย วิทยาศาสตร์ และ Cybersecurity GPT-5.6 Terra รุ่นสมดุล สมดุลระหว่างความสามารถ ความเร็ว และราคา งานประจำวันของธุรกิจ Automation และแอปพลิเคชันทั่วไป GPT-5.6 Luna รุ่นเร็วและประหยัด เร็วที่สุดและมีค่าใช้จ่ายต่ำที่สุดในตระกูล งานปริมาณมาก การจัดหมวดหมู่ สรุปข้อความ และระบบตอบกลับ

GPT-5.6 Sol

Sol เป็นรุ่นที่ OpenAI วางตำแหน่งเป็นโมเดลหลักสำหรับงานยาก รองรับการให้เหตุผลหลายระดับ และมีรุ่น GPT-5.6 Sol Pro สำหรับงานที่ต้องการคุณภาพสูงหรือใช้กระบวนการทำงานเป็นเวลานาน

GPT-5.6 Terra

Terra เน้นงานทั่วไปที่ยังต้องการความสามารถระดับสูง แต่ต้องควบคุมต้นทุน เหมาะสำหรับ SaaS, Workflow Automation, ระบบผู้ช่วยในองค์กร และงานที่ต้องประมวลผลคำขอจำนวนมาก

GPT-5.6 Luna

Luna เป็นรุ่นที่เร็วและประหยัดที่สุด เหมาะกับงานที่แต่ละคำขอไม่ซับซ้อนมาก แต่ต้องรองรับปริมาณสูง เช่น การสรุปข้อความ การตรวจประเภทคำถาม การแยกข้อมูล และระบบตอบกลับเบื้องต้น

ความสามารถใหม่ที่น่าสนใจของ GPT-5.6

1. เพิ่มระดับการคิดแบบ Max

GPT-5.6 เพิ่มตัวเลือก Max reasoning effort เพื่อให้โมเดลใช้เวลาวิเคราะห์ปัญหาเชิงลึกมากขึ้น เหมาะกับโจทย์ที่ต้องวางแผนหลายขั้นตอน ตรวจสอบข้อมูล หรือแก้ปัญหาที่ไม่มีคำตอบตรงไปตรงมา

2. Ultra ใช้ AI หลาย Agent ทำงานพร้อมกัน

โหมด Ultra ใช้แนวทาง Multi-agent โดยแบ่งงานออกเป็นหลายส่วนและให้ Subagent ทำงานแบบขนาน ก่อนนำผลลัพธ์มารวมกัน วิธีนี้ช่วยลดเวลาสำหรับงานขนาดใหญ่ เช่น การค้นคว้าหลายหัวข้อ การวิเคราะห์ระบบ หรือการสร้างรายงานเชิงลึก

ใน ChatGPT Work โหมด Ultra เปิดให้ผู้ใช้ Pro และ Enterprise ส่วนใน Codex เปิดให้แพ็กเกจ Plus ขึ้นไป

3. เขียนและแก้ไขโค้ดในโปรเจกต์จริงดีขึ้น

OpenAI ระบุว่า GPT-5.6 Sol เป็นโมเดลเขียนโค้ดที่ดีที่สุดของบริษัทในเวลาที่เปิดตัว โดยพัฒนาเรื่องการใช้ Command Line การวางแผนงาน การประสานเครื่องมือ และการแก้ไขโค้ดใน Repository ขนาดใหญ่

ประโยชน์ที่นักพัฒนาอาจเห็นได้ชัด ได้แก่ การตรวจหาสาเหตุของ Bug ที่เกี่ยวข้องกันหลายไฟล์ การวางแผน Refactor ระบบ การเขียน Test และการทำงานต่อเนื่องผ่าน Codex

4. สร้าง Presentation เอกสาร และ Spreadsheet ดีขึ้น

GPT-5.6 สามารถตีความระบบการออกแบบจากไฟล์อ้างอิง เช่น Layout, Typography, Spacing, สี และรูปแบบเนื้อหา จากนั้นนำรูปแบบเหล่านั้นไปใช้กับสไลด์หรือเอกสารใหม่ได้สม่ำเสมอกว่าเดิม

โมเดลยังได้รับการปรับปรุงด้านสมการ แบบจำลองทางการเงิน โครงสร้าง Worksheet และการจัดลำดับข้อมูล จึงเหมาะกับงานวิเคราะห์และสร้างเอกสารทางธุรกิจมากขึ้น

5. ใช้คอมพิวเตอร์และเครื่องมือได้ดีขึ้น

GPT-5.6 พัฒนาเรื่อง Computer Use และ Tool Use สามารถทำงานที่ต้องเปิดแอป ตรวจไฟล์ ค้นข้อมูล และส่งผลลัพธ์ระหว่างเครื่องมือหลายตัวได้

สำหรับนักพัฒนา Responses API รองรับ Programmatic Tool Calling ซึ่งช่วยให้โมเดลเขียนและรันโปรแกรมในหน่วยความจำ เพื่อจัดการผลลัพธ์ระหว่างเครื่องมือ โดยไม่ต้องส่งข้อมูลทั้งหมดกลับเข้าโมเดลทุกครั้ง

6. รองรับงานวิจัย วิทยาศาสตร์ และชีววิทยา

OpenAI รายงานว่า GPT-5.6 มีผลลัพธ์ดีขึ้นในงาน Genomics, Quantitative Biology, Chemistry และ Life Science โดยเฉพาะงานที่ต้องวิเคราะห์ต่อเนื่องหลายขั้นตอน

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จาก AI ในงานวิทยาศาสตร์หรือการแพทย์ ยังควรได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญและหลักฐานต้นทาง ไม่ควรนำไปใช้เป็นข้อสรุปทางการแพทย์โดยตรง

ผลทดสอบ GPT-5.6 เป็นอย่างไร?

จากข้อมูลที่ OpenAI เปิดเผย GPT-5.6 Sol ทำคะแนนสูงขึ้นในหลายกลุ่มงาน ทั้ง Coding, Browsing, Computer Use, Cybersecurity, Academic Reasoning และ Long-context

Artificial Analysis Coding Agent Index 80 คะแนน ความสามารถของ Coding Agent Terminal-Bench 2.1 88.8% การทำงานผ่าน Command Line หลายขั้นตอน BrowseComp 92.2% การค้นหาและรวบรวมข้อมูลผ่านเว็บ OSWorld 2.0 62.6% การควบคุมคอมพิวเตอร์และแอปพลิเคชัน GPQA Diamond 94.6% คำถามวิทยาศาสตร์ระดับสูง FrontierMath Tier 1–3 89% การให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์

Benchmark ช่วยให้เห็นทิศทางของความสามารถ แต่ไม่ควรใช้เป็นตัวชี้วัดเพียงอย่างเดียวในการเลือกโมเดล เพราะผลลัพธ์จริงขึ้นอยู่กับ Prompt, เครื่องมือที่เชื่อมต่อ ปริมาณ Context รูปแบบงาน และระดับ Reasoning ที่เลือก

ใครใช้ GPT-5.6 ใน ChatGPT ได้บ้าง?

GPT-5.6 กำลังทยอยเปิดให้บัญชีและแพ็กเกจที่รองรับ ผู้ใช้บางรายจึงอาจยังไม่เห็นชื่อโมเดลใน Model Picker ทันที

Free ไม่รองรับ ไม่รองรับ ไม่รองรับ Go ไม่รองรับในแชตมาตรฐาน ไม่รองรับ ไม่รองรับ Plus รองรับ ไม่รองรับ ไม่รองรับ Pro รองรับ รองรับ รองรับ Business รองรับ รองรับ รองรับ Enterprise รองรับ รองรับ รองรับ

ในแชตมาตรฐาน ผู้ใช้จะพบตัวเลือกตามระดับการคิดมากกว่าชื่อโมเดลโดยตรง

  • Instant: ใช้ GPT-5.5 Instant สำหรับงานทั่วไป
  • Medium: ใช้ GPT-5.6 Sol แบบให้เหตุผลระดับมาตรฐาน
  • High: ใช้ GPT-5.6 Sol โดยให้เวลาคิดมากขึ้น
  • Extra High: ใช้ GPT-5.6 Sol ด้วยระดับการคิดสูงสุดที่มีในแชต
  • Pro: ใช้ GPT-5.6 Sol Pro สำหรับงานยากและ Workflow ระยะยาว

Terra และ Luna ไม่สามารถเลือกโดยตรงในแชต ChatGPT แบบมาตรฐาน แต่เปิดให้ใช้งานใน ChatGPT Work, Codex และ OpenAI API ตามแพ็กเกจที่กำหนด

ราคา GPT-5.6 API เท่าไร?

OpenAI คิดค่าบริการ GPT-5.6 API ตามจำนวน Token โดยราคาด้านล่างเป็นราคาต่อ 1 ล้าน Token และคิดเป็นดอลลาร์สหรัฐ

GPT-5.6 Sol 5 ดอลลาร์ 30 ดอลลาร์ GPT-5.6 Terra 2.50 ดอลลาร์ 15 ดอลลาร์ GPT-5.6 Luna 1 ดอลลาร์ 6 ดอลลาร์

GPT-5.6 ยังเพิ่มระบบ Prompt Caching ที่คาดการณ์ต้นทุนได้ง่ายขึ้น รองรับ Explicit Cache Breakpoints และมีอายุ Cache ขั้นต่ำ 30 นาที การเขียน Cache คิดราคา 1.25 เท่าของ Input ปกติ ส่วนการอ่านข้อมูลจาก Cache ได้รับส่วนลด 90% จากราคา Input

ผู้พัฒนาจึงควรเลือกโมเดลจากต้นทุนรวมต่อ Workflow ไม่ใช่ดูเฉพาะราคาต่อ Token เช่น งานที่ Sol ทำสำเร็จในครั้งเดียว อาจมีต้นทุนจริงต่ำกว่าการใช้โมเดลราคาถูกที่ต้องเรียกซ้ำหลายรอบ

มาตรการความปลอดภัยของ GPT-5.6

ความสามารถด้าน Cybersecurity ของ GPT-5.6 สูงขึ้นอย่างชัดเจน OpenAI จึงเพิ่มระบบป้องกันหลายชั้น ทั้งการฝึกให้โมเดลปฏิเสธคำขออันตราย การตรวจสอบแบบเรียลไทม์ การใช้สัญญาณระดับบัญชี การจำกัดสิทธิ์ตามความเสี่ยง การติดตามการใช้งาน และการบังคับใช้นโยบาย

ก่อนเปิดใช้งานทั่วไป OpenAI ระบุว่าได้ทำ Red Teaming ทั้งโดยมนุษย์และระบบอัตโนมัติ รวมถึงใช้ทรัพยากรประมาณ 700,000 A100-equivalent GPU hours เพื่อค้นหา Jailbreak และจุดอ่อนของระบบป้องกัน

OpenAI ประเมินว่า GPT-5.6 Sol ยังไม่ผ่านระดับ Cyber Critical ตาม Preparedness Framework แม้โมเดลจะสามารถค้นหาช่องโหว่และส่วนประกอบของ Exploit ได้ดีขึ้น แต่ในการทดสอบที่บริษัทเปิดเผย โมเดลยังไม่สามารถสร้าง Full-chain Exploit แบบทำงานได้สมบูรณ์โดยอัตโนมัติ

ผู้ใช้บางกลุ่มที่ต้องการเข้าถึงความสามารถด้าน Cybersecurity ระดับสูง อาจต้องยืนยันตัวตน เปิด Advanced Account Security และใช้ Hardware-backed Passkey ตามเงื่อนไขของ OpenAI

GPT-5.6 เหมาะกับงานแบบไหน?

นักพัฒนาและทีม Software

  • วิเคราะห์ Codebase หลายไฟล์
  • วางแผน Refactor ระบบ
  • ค้นหาและแก้ไข Bug
  • เขียน Test และเอกสารประกอบ
  • ทำงานผ่าน Command Line และเครื่องมือหลายตัว

ทีม Marketing และ Content

  • ค้นคว้าข้อมูลจากหลายแหล่ง
  • วิเคราะห์คู่แข่งและแนวโน้มตลาด
  • สร้าง Brief, Report และ Presentation
  • ปรับเนื้อหาให้ตรง Brand Guideline
  • สร้าง Workflow ผลิตคอนเทนต์แบบอัตโนมัติ

นักวิเคราะห์และทีมธุรกิจ

  • วิเคราะห์ Spreadsheet และแบบจำลองทางการเงิน
  • สรุปข้อมูลจาก Slack, Notion, Microsoft 365 และ Google Drive
  • สร้างรายงานผู้บริหารจากข้อมูลหลายไฟล์
  • เปรียบเทียบสถานการณ์และสมมติฐานทางธุรกิจ

นักออกแบบและทีม Product

  • ตีความ Design System จากไฟล์อ้างอิง
  • สร้าง Presentation ตาม Template เดิม
  • ตรวจความสม่ำเสมอของ Layout และ Typography
  • วิเคราะห์ UI และปรับรายละเอียดของงานออกแบบ

ระบบ SaaS และ Automation

ธุรกิจไม่จำเป็นต้องใช้ Sol กับทุกคำขอ สามารถออกแบบ Workflow ให้ Luna จัดการงานง่าย Terra รับงานระดับกลาง และส่งเฉพาะโจทย์ซับซ้อนไปยัง Sol วิธีนี้ช่วยรักษาคุณภาพพร้อมควบคุมค่าใช้จ่าย

ข้อควรรู้ก่อนใช้งาน GPT-5.6

  • GPT-5.6 ยังคงสามารถตอบผิดหรือสร้างข้อมูลที่ไม่มีอยู่จริงได้ โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลต้นทางไม่ชัดเจน
  • คะแนน Benchmark ไม่ได้รับประกันว่าโมเดลจะเหมาะที่สุดกับทุก Workflow
  • การใช้ Max หรือ Ultra อาจใช้ทรัพยากรและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการตั้งค่าปกติ
  • งานด้านกฎหมาย การเงิน การแพทย์ และความปลอดภัย ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบผลลัพธ์
  • ความพร้อมใช้งานและ Usage Limit อาจแตกต่างตามแพ็กเกจ บัญชี และ Workspace

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ GPT-5.6

GPT-5.6 เปิดตัวจริงหรือยัง?

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2026 และเริ่มเปิดให้ใช้งานผ่าน ChatGPT, Codex และ OpenAI API หลังจากทดลองแบบจำกัดตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2026

GPT-5.6 เข้ามาแทน GPT-5.5 หรือไม่?

ไม่ได้แทนทั้งหมด GPT-5.5 Instant ยังคงเป็นโมเดลเริ่มต้น สำหรับคำถามทั่วไปใน ChatGPT ส่วน GPT-5.6 Sol ใช้กับโหมดที่ต้องการการให้เหตุผลระดับ Medium ขึ้นไป

ผู้ใช้ฟรีใช้ GPT-5.6 ได้หรือไม่?

ผู้ใช้ฟรีไม่สามารถเลือก GPT-5.6 Sol ในแชตมาตรฐาน แต่สามารถเข้าถึง GPT-5.6 Terra ผ่าน Codex ตามสิทธิ์และเงื่อนไขที่ OpenAI กำหนด

GPT-5.6 รุ่นไหนดีที่สุด?

Sol มีความสามารถสูงสุด Terra เหมาะกับงานทั่วไปที่ต้องควบคุมต้นทุน และ Luna เหมาะกับงานรวดเร็วหรือมีปริมาณคำขอสูง รุ่นที่ดีที่สุดจึงขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและงบประมาณของแต่ละงาน

GPT-5.6 Sol Pro ต่างจาก Sol อย่างไร?

Sol Pro เป็นตัวเลือกระดับความสามารถสูงสุดสำหรับงานยาก และ Workflow ที่ใช้เวลานานกว่า เปิดให้ใช้ในแพ็กเกจที่รองรับ เช่น Pro, Business และ Enterprise

สามารถใช้ GPT-5.6 ผ่าน API ได้หรือไม่?

ได้ นักพัฒนาสามารถเลือกใช้ Sol, Terra และ Luna ผ่าน OpenAI API พร้อมฟีเจอร์ Programmatic Tool Calling และ Multi-agent รุ่น Beta ใน Responses API

GPT-5.6 เป็นการอัปเกรดที่เน้นงานจริงมากกว่าคะแนนโมเดล

GPT-5.6 แสดงให้เห็นทิศทางใหม่ของ OpenAI ที่ไม่ได้แข่งขันเฉพาะความฉลาด แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพต่อ Token ความเร็ว ต้นทุน การใช้เครื่องมือ และความสามารถในการสร้างผลงานที่พร้อมใช้งาน

สำหรับผู้ใช้ ChatGPT ความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการใช้ GPT-5.6 Sol ผ่านระดับ Reasoning ต่าง ๆ ขณะที่นักพัฒนาและธุรกิจสามารถเลือก Sol, Terra หรือ Luna ให้เหมาะกับแต่ละ Workflow ผ่าน API

การเลือกใช้งานที่คุ้มค่าที่สุดจึงไม่จำเป็นต้องเลือกโมเดลที่ใหญ่ที่สุดเสมอไป แต่ควรดูว่างานต้องการความแม่นยำ ความเร็ว และการคิดหลายขั้นตอนมากเพียงใด แล้วออกแบบระบบให้แต่ละรุ่นรับผิดชอบงานที่เหมาะกับความสามารถของตน

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลตรวจสอบ ณ วันที่ 11 กรกฎาคม 2026 ราคา สิทธิ์การใช้งาน และ Usage Limit อาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบจากเว็บไซต์ OpenAI ก่อนตัดสินใจใช้งาน